ปัญหาที่มักพบในการให้อาหารสายยางผ่านรูจมูกการให้อาหารทางสายยางผ่านรูจมูก (Nasogastric Tube - NG Tube) แม้จะเป็นวิธีที่สะดวกและไม่ต้องผ่าตัด แต่เนื่องจากสายต้องพาดผ่านเนื้อเยื่อที่บอบบางในจมูกและคอ จึงมักพบปัญหาตามมาได้หลายประการครับ
ผมสรุปปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไขเพื่อช่วยให้คุณดูแลผู้ป่วยได้ราบรื่นขึ้น ดังนี้ครับ
1. ปัญหาบริเวณจมูกและผิวหนัง
แผลกดทับที่ปีกจมูก: เกิดจากสายยางกดทับที่ปีกจมูกเป็นเวลานาน หรือพลาสเตอร์ดึงรั้งสายแน่นเกินไป
วิธีแก้: เปลี่ยนตำแหน่งการแปะพลาสเตอร์เล็กน้อยทุก 2-3 วัน และระวังอย่าให้สายตึงจนรั้งจมูก
จมูกอักเสบหรือไซนัสอักเสบ: สายยางอาจไปขวางทางระบายของน้ำเมือกในโพรงจมูก ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค
วิธีสังเกต: ผู้ป่วยมีน้ำมูกขุ่นข้น มีกลิ่นเหม็น หรือมีไข้
เลือดกำเดาไหล: อาจเกิดจากการขยับตัวของสายยางที่ไปครูดกับผนังจมูก
2. ปัญหาเกี่ยวกับตำแหน่งและตัวสายยาง
สายยางเลื่อนหลุด: ผู้ป่วยอาจดึงสายออกเองขณะหลับ หรือพลาสเตอร์หลุดทำให้สายเลื่อนออกจากกระเพาะ
อันตราย: หากปลายสายเลื่อนขึ้นมาอยู่ที่คอหอย แล้วเราให้อาหารต่อ อาหารจะไหลลงปอดทันที
วิธีป้องกัน: ตรวจดูขีดเครื่องหมายบนสายยางทุกครั้งก่อนเริ่มให้อาหาร
สายยางอุดตัน: เกิดจากคราบอาหารบูดหรือเศษยาที่บดไม่ละเอียดไปพอกตัวข้างในสาย
วิธีแก้: ต้องล้างสาย (Flush) ด้วยน้ำเปล่า 30-50 ml ก่อนและหลังให้อาหาร/ยาทุกครั้ง
3. ปัญหาในระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ
การสำลัก (Aspiration): เป็นปัญหาที่อันตรายที่สุด มักเกิดจากอาหารขย้อนขณะผู้ป่วยไอหรือจาม
วิธีป้องกัน: ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศาตลอดการให้และหลังให้ 1 ชั่วโมง
อาการระคายเคืองคอ: ผู้ป่วยมักรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ ตลอดเวลา ทำให้ไอหรือขย้อนบ่อย
วิธีช่วย: ทำความสะอาดช่องปากบ่อยๆ เพื่อให้เนื้อเยื่อชุ่มชื้น
4. ปัญหาด้านสุขอนามัยช่องปาก
ปากแห้ง ลิ้นเป็นฝ้า: เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้ใช้ปากเคี้ยวอาหาร ทำให้น้ำลายหลั่งน้อยลงและแบคทีเรียสะสม
วิธีแก้: แม้จะใส่สายยาง ก็ยังต้องแปรงฟันหรือเช็ดลิ้นให้ผู้ป่วยวันละ 2 ครั้งครับ
📊 สรุปอาการที่ต้อง "เปลี่ยนสายยาง" หรือ "พบแพทย์"
ปัญหา สิ่งที่ต้องทำ
สายหลุดออกมาเกิน 2-3 นิ้ว ห้ามดันกลับเอง ให้ไปพบพยาบาลเพื่อใส่ใหม่
ดูดน้ำย่อยไม่ได้เลย หรือได้เลือด หยุดให้อาหาร และไปพบแพทย์เพื่อเช็กตำแหน่งสาย
มีแผลลึกหรือหนองที่ปีกจมูก ต้องทำแผลและอาจต้องเปลี่ยนข้างที่ใส่สาย
💡 เคล็ดลับ
หากพลาสเตอร์ที่ใช้ติดจมูกทำให้ผิวหนังผู้ป่วยแดงหรือพอง (แพ้กาว) แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปใช้ พลาสเตอร์แบบกระดาษ (Hypoallergenic tape) หรือแบบซิลิโคน ซึ่งจะอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าครับ