ผู้เขียน หัวข้อ: ควรสังเกตให้ดี ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 799 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 822
  • ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี โปรโมทสินค้าฟรี ซื้อ ขาย
    • ดูรายละเอียด
ควรสังเกตให้ดี ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง

การช่างสังเกตคือหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยางเลยครับ เพราะหากพบความผิดปกติได้เร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อหรือภาวะปอดอักเสบที่อันตรายได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งเป็นกลุ่มอาการหลักๆ ดังนี้ครับ:

1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ (อันตรายที่สุด)

การสำลัก (Aspiration): สังเกตจากผู้ป่วยมีอาการไอ สำลักขณะให้อาหาร หน้าเขียว หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ

ปอดอักเสบ: หากสำลักบ่อยๆ ผู้ป่วยจะมีไข้ หายใจหอบเหนื่อย หรือมีระดับออกซิเจนในเลือดลดลง

วิธีป้องกัน: ต้องยกศีรษะสูง 30-45 องศา และห้ามนอนราบหลังอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง


2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร

อาหารค้างในกระเพาะ (Gastric Retention): หากดูดเช็กก่อนมื้อถัดไปแล้วพบอาหารค้างเกิน 100-150 มล. แสดงว่ากระเพาะย่อยไม่ทัน อาจต้องงดมื้อนั้นหรือปรึกษาแพทย์

ท้องอืด (Distention): ท้องป่อง แข็ง หรือผู้ป่วยดูอึดอัด ไม่สบายตัว

ท้องเสีย (Diarrhea): สังเกตว่าถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวันหรือไม่ อาจเกิดจากอาหารปนเปื้อนเชื้อโรค อาหารเย็นเกินไป หรือสูตรอาหารมีความเข้มข้นสูงเกินไป

ท้องผูก (Constipation): หากไม่ถ่ายติดต่อกันหลายวัน อาจต้องปรับปริมาณน้ำหรือใยอาหาร


3. ภาวะแทรกซ้อนที่ตัวสายและผิวหนัง

สายอุดตัน (Tube Clogging): เกิดจากล้างสายไม่สะอาดหลังให้อาหารหรือยา สังเกตได้จากเวลาฉีดน้ำหรืออาหารแล้วจะรู้สึกตึงมือมาก

เนื้อเยื่อรอบสายอักเสบ (เฉพาะทางหน้าท้อง): มีอาการบวม แดง ร้อน หรือมีหนอง/เลือดซึมรอบๆ รูที่เจาะหน้าท้อง

แผลกดทับ (เฉพาะทางจมูก): สังเกตปีกจมูกว่ามีรอยแดงหรือแผลจากการที่สายกดทับนานๆ หรือไม่


4. ภาวะแทรกซ้อนด้านสารอาหารและสมดุลน้ำ

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): ปากแห้ง ผิวแห้ง ปัสสาวะน้อยและมีสีเข้มจัด

ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ: หากได้รับอาหารที่มีน้ำตาลสูงเกินไป หรือหยุดอาหารทันทีในผู้ป่วยบางราย


เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบแพทย์?

สายหลุด: โดยเฉพาะสายหน้าท้อง ห้ามใส่เอง ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

มีไข้สูง: ร่วมกับอาการไอ หรือหอบเหนื่อย

อาเจียนรุนแรง: หรือท้องเสียไม่หยุดจนผู้ป่วยดูอ่อนเพลียมาก

เลือดออก: พบเลือดออกจำนวนมากจากรูที่เจาะหน้าท้องหรือออกมาพร้อมน้ำย่อย

การจดบันทึก "ปริมาณอาหารที่ให้" และ "ปริมาณอาหารค้าง" ในแต่ละมื้อ จะช่วยให้คุณเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนขึ้นและเป็นข้อมูลที่ดีมากสำหรับแพทย์ครับ